การดึงท่อกลับ (Pullback) คือการดึงท่อทั้งเส้นผ่านน้ำโคลนเข้ารูที่คว้านไว้ โดยปกติดึงครั้งเดียวทั้งเส้น ความเร็วทั่วไปราว 0.3–0.6 เมตรต่อนาที (1–2 ฟุตต่อนาที) แรงดึงเกิดจากแรงเสียดทานกับผนังรูและน้ำโคลน แรงเสียดทานบนผิวดิน Capstan Effect ที่โค้ง และแรงต้านจากการไหลของน้ำโคลน ต้องคุมแรงไม่ให้เกินแรงดึงปลอดภัยของท่อ
แรงดึงมาจากไหน
- แรงเสียดทานระหว่างท่อกับผนังรูหรือน้ำโคลน
- แรงเสียดทานของท่อส่วนที่ยังลากอยู่บนผิวดิน
- Capstan Effect เมื่อดึงอ้อมโค้งของแนวเจาะ
- แรงต้านจากการไหลของน้ำโคลน (Hydrokinetic Drag)
เครื่อง HDD ขนาดใหญ่ดึงได้ราว 100,000–500,000 ปอนด์ (ประมาณ 45–225 ตัน) แต่แรงส่วนใหญ่ใช้ไปกับหัวคว้านที่นำหน้าท่อ คู่มือ PPI ระบุว่ายากจะรู้ว่าแรงส่งถึงตัวท่อจริงเท่าไร สูตรคำนวณแรงดึงทั้งหลายจึงใช้เป็นค่าประมาณเบื้องต้น และสมมติว่ารูเจาะเป็น "รูอุดมคติ" — โค้งนุ่มนวล ไม่มีคลื่น ไม่พัง เศษดินออกเกือบหมด น้ำโคลนไหลเวียนดี ยิ่งรูจริงใกล้อุดมคติ แรงจริงยิ่งใกล้ค่าคำนวณ

หัวท่อรับแรงนานที่สุด
แรงดึงสะสมเพิ่มขึ้นตามความยาวท่อที่เข้ารูแล้ว หัวท่อ (Pull-nose) รับแรงนานที่สุด ส่วนท้ายท่อแทบไม่รับแรงเลย ท่อแต่ละช่วงจึงยืดตัวไม่เท่ากัน เราจึง ดึงอย่างนุ่มนวลด้วยความเร็วคงที่ และบันทึกแรงดึง ความเร็ว อัตราน้ำโคลน และความยาวที่ดึงเข้าแล้วตลอดการดึง
Weak Link — ฟิวส์ของท่อ
คู่มือแนะนำให้เฝ้าดูแรงดึงและใช้จุดตัดแรง เช่น ท่อช่วงสั้นที่ผนังบางกว่า (DR สูงกว่า) หรือข้อต่อตัดแรงแบบกลไก (Break-away) ที่หัวดึง ถ้าแรงเกินค่าที่ตั้งไว้ จุดนี้จะขาดก่อนตัวท่อจะเสียหาย
หลังดึงเสร็จ
ท่อต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง (ประมาณเท่ากับเวลาที่ดึง) เพื่อคืนตัวจากการยืด ส่วนยืดแบบยืดหยุ่นคืนทันที ส่วนยืดแบบหนืดหยุ่นจะ "จำ" ความยาวเดิมและหดกลับข้ามคืน คู่มือ PPI จึงแนะนำให้ดึงหัวท่อเลยจุดออกไว้ราว 3% ของความยาว และในกรณีเลวร้ายราว 4% (40 ฟุตต่อ 1,000 ฟุต) เพื่อไม่ให้เช้าวันรุ่งขึ้นหัวท่อหดกลับเข้าไปต่ำกว่าปากหลุม และให้ตัดท่อหลังจากท่อมีอุณหภูมิเท่ากับดินแล้วเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ดึงท่อเร็วแค่ไหน
ทำไมห้ามหยุดดึงท่อกลางทาง
ทำไมต้องรอข้ามคืนก่อนตัดท่อ
ข้อมูลเชิงเทคนิคในหน้านี้เรียบเรียงจาก PPI Handbook of Polyethylene Pipe, Chapter 12 – Horizontal Directional Drilling (Plastics Pipe Institute) ร่วมกับประสบการณ์หน้างานของทีมตะวันไพพ์ ตัวเลขในคู่มือเป็นแนวทางเบื้องต้น งานจริงต้องให้วิศวกรประเมินตามสภาพดินและข้อกำหนดของเจ้าของโครงการ เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม: ASTM F1962, ASCE MOP 108 และ NASTT HDD Good Practices Guidelines

